สถานที่ท่องเที่ยว

“แม่กลอง ชื่อเรียกสั้นๆ ของจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นแหล่งปลาทูที่ดังที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังมีดอนหอยหลอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ในปัจจุบัน แม่กลองไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน หากยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
 
ดอนหอยหลอด
 
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง สันดอนกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ปากอ่าวแม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทรายหรือเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด” ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว มากที่สุด เพราะน้ำทะเลลงนานกว่าช่วงอื่น มองเห็นสันดอนเป็นบริเวณกว้าง
 
 เที่ยวสุดอ่าวไทยไปดอนหอยหลอด
 
กินหอย กินกุ้ง กินปู กินปลาทู ดูทะเล
พืชผัก ผลไม้ อาหารทะเลปลอดสาร ไร้ฟอร์มาลิน
ที่ ร้านอาหารคุณเป๋า ดอนหอยหลอด
“อาหารทะเลไม่สด รสเพี้ยน เปลี่ยนได้”


ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
 
ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง ก็เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่มีการสร้างศาลเสด็จเตี๋ย ไว้เพื่อสักการบูชาบริเวณริมชายทะเลติดกับดอนหอยหลอด โดยสถานที่นี้ได้ก่อตั้งขึ้นใหม่ในปีพ.. 2539 แทนศาลเดิมจากพลังแห่งความศรัทธาของประชาชนในจังหวัด เพื่อแสดงถึงความเคารพรักและสักการบูชาอันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ในการการประกอบอาชีพประมงตามแนวชายฝั่งทะเล ซึ่งภายในศาลนี้ก็จะมีรูปปั้นเสด็จเตี๋ยประดิษฐานอยู่ภายในและบริเวณโดยรอบศาล ยังมีบันทึกของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่นำมาแสดงไว้บนแผ่นหินอีกด้วย 

 
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดบ้านแหลม
 
ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง บริเวณถนนเพชรสมุทร เป็นวัดสำคัญของจังหวัด แต่เดิมชื่อวัดศรีจำปา ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อวัดบ้านแหลมเป็น
พระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของไทย ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง สูงประมาณ 167 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย-อยุธยาตอนต้น ความเชื่อและวิธีการบูชา เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลม แล้วจะช่วยเสริมอำนาจบารมีแก่ชีวิต บังเกิดแต่ความเป็นสิริมงคลสืบไป
 
 
วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ
 
ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ประมาณกิโลเมตรที่ 64 เส้นทางเดียวกับดอนหอยหลอด เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงดอนหอยหลอด เป็นวัดที่มีพระอุโบสถเป็นจุดเด่นสร้างโดยพระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ (อดีตเจ้าอาวาส) ในปี 2535 พระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองผนังฝังมุกทั้งด้านในและด้านนอก ลวดลายมีความละเอียดงดงาม แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและรามเกียรติ์
ภายในประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อพุทธโสธร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง ในบริเวณวัดมีขนมกาละแม-รามัญจำหน่าย โดยกลุ่มแม่บ้านรามัญพัฒนา เป็นขนมขึ้นชื่อของวัดมีรสชาติเหนียว หวาน มัน ห่อด้วยกาบหมาก สามารถชมการสาธิตกวนกาละแมในกระทะใบใหญ่ได้ในบริเวณวัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-3471-1305
 
 
ตลาดร่มหุบ

หรือ ตลาดเสี่ยงตายอยู่ในตัวตลาดเทศบาลจังหวัดสมุทรสงคราม มีเอกลักษณ์ที่แปลกไม่เหมือนกับตลาดแห่งไหนคือ จะมีรถไฟวิ่งผ่ากลางตลาด เวลารถไฟมา เหล่าพ่อค้า-แม่ขายจะรู้กันว่าถึงเวลาที่จะต้องยกของ แบกสัมภาระหลบ หุบร่ม เก็บกันสาด พอรถไฟผ่านไป หันกลับมาอีกทีอย่างกับเล่นมายากล ร่มกาง กันสาดบาน กระจาดผัดสด เข่งปลาทู ฯลฯ ออกมาตั้งอยู่ที่เดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รถไฟจะวิ่งผ่านตลาดวันละ 8 รอบ ตามเวลา ดังนี้ เข้าสถานีแม่กลองเวลา 8.30,11.10,14.30,17.40 น. และออกจากสถานีแม่กลองเวลา 6.20, 9.00, 11.30, 15.30 น. เลือกเวลากันได้ตามสะดวก แต่สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปและอยากได้แสงสวยๆ แนะนำให้มาเช้าสักหน่อย เพราะแดดยังไม่แรงเกินไปนัก ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่อยากเก็บภาพแนว Life เพราะคนที่มาขายของก็เป็นชาวบ้านท้องถิ่น ของที่ขายก็เป็นของที่มีอยู่ในท้องถิ่น ทั้งของแห้ง ของสด หลากหลาย และของขึ้นชื่อของที่นี่ ที่ใครมาต้องซื้อหาติดมือกลับไปก็คือ ปลาทูแม่กลองหรือปลาทูหน้างอคอหัก เนื้อหวานมันอร่อยไม่เหมือนกับปลาทูที่ไหน ถือเป็นสุดยอดของปลาทูไทยเลยทีเดียว นอกจากปลาทูแล้วยังมีของฝากพื้นเมืองอื่นๆ เช่น กะปิคลองโคน, หอยหลอด, หอยดอง, ใบชะคราม, ลิ้นจี่, ส้มโอ, น้ำตาลมะพร้าว, กาละแมรามัญ ฯลฯ
 
 
อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
 (อุทยาน ร.2)
 
ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ อันได้แก่ หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน ส่วนต่อมาคือ ห้องชาย จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทม ซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ส่วนห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ ชานเรือน ห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่าย
สินค้าพื้นเมือง พร้อมทั้งจำหน่ายพันธุ์ไม้ อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30-17.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-17.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 5 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-3475-1666, 0-3475-1376 โทรสาร. 0-3475-1376

 
 
วัดอัมพวันเจติยาราม
 
ตั้งอยู่ติดกับอุทยาน ร. 2 เป็นวัดของตระกูลราชนิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2 วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
 
 
ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา
 
เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00-20.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย สามารถเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้
 
 
ตลาดน้ำท่าคา
 
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านส่วนมากมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่างๆ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จึงพายเรือนำพืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย-แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ (ทุกๆ 5 วัน) ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-11.00 น.นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. 0-3476-6208
 
 
ตลาดน้ำดอนมะโนรา
 
เป็นตลาดน้ำเล็กๆที่คงความเป็นธรรมชาติตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน มีที่มาจากการนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนข้าวของหรือค้าขายสินค้ากันในวันขึ้นและแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ โดยปฏิบัติกันเรื่อยมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งผู้คนในชุมชนยังคงสภาพวิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติแบบนั้นไว้ สิ่งที่น่าประทับใจคือภาพของเหล่าแม่ค้าที่พายเรือมารวมอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก จนแน่นเต็มคลองดอนมะโนรา
หากใครต้องการเยี่ยมชมตลาดน้ำโบราณแห่งนี้ ต้องมากันแต่เช้าตรู่ เพราะที่นี่เปิดขายกันตั้งแต่ หกโมงเช้า และตลาดจะวายประมาณแปดโมงครึ่ง ถ้าหากมาสายล่วงเลยจากเวลานี้ จะเห็นแต่ภาพลำคลองที่ว่างเปล่า เพราะบรรดาเรือแม่ค้าจะทยอยพากันพายไปขายของที่ท่าอื่นๆต่อไป
 
 
ตลาดน้ำบางน้อย
 
เปิดขายของในวันแรมและขึ้น 3, 8 และ 13 ค่ำ และในวันเสาร์-อาทิตย์
ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. เป็นต้นไป
          ตลาดน้ำบางน้อย ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางน้อย (วัดเกาะแก้ว) ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที อยู่ห่างจากอุทยาน ร.2 อำเภออัมพวาและตลาดน้ำอัมพวาไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ชุมชนปากคลองบางน้อยหรือบางน้อยนอกเคยเป็นย่านการค้าทางน้ำที่สำคัญมากจุดหนึ่งในลุ่มน้ำแม่กลอง เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน มีบ้านเรือนแถวไม้ที่ทอดเป็นแนวยาวทั้งสองฝั่งมาถึงวันนี้
สินค้าที่จำหน่ายมีทั้งผลผลิตทางการเกษตรจากชาวสวน ผลไม้ต่างเช่น ลิ้นจี่ มะม่วง ส้มโอ มะเฟือง ชมพู่ รวมทั้งอาหารคาวหวานอันขึ้นชื่อของสมุทรสงครามอย่างกะปิคลองโคลนและมะนาวดองที่ชาวตลาดจะซื้อมะนาวจากชาวสวนมาดองเองโดยจะจำหน่ายอยู่บนเรือ สามารถเลือกซื้อได้จากริมฝั่ง ส่วนบนฝั่งในเรือนไม้ก็มี สินค้าน่าสนใจทั้งของกินของใช้
 
 
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ  สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2433 (ค.ศ.1890) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรมและผู้ใจบุญในกรุงเทพฯใช้เวลาสร้างถึง 6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2439 (ค.ศ.1896)
เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา  นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ
          ในปี ค.ศ. 1994 คุณพ่อประดิษฐ์ ว่องวารี เจ้าอาวาสได้ทำการบูรณะวัดครั้งใหญ่เพื่อเตรียมฉลองครบ 100 ปีในปี ค.ศ. 1996 อาสนวิหารแห่งนี้ถือว่าเป็นโบสถ์คริสต์ที่ส่วนที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย